กลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับ ชาร์จพลังร่างกายให้กลับมาฟิตดั้งเดิม

หลังจากป่วย เมื่อฟื้นตัว ก็รู้สึกอยากจะทำอะไรตั้งเยอะแยะแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีแรง ลองมาดู 5 วิธีฟื้นฟูกำลัง และชาร์จแบตให้ร่างกายแบบง่าย ๆ ที่รับรองว่าทำแล้วกลับมาฟิตเหมือนเดิมแน่นอน

การฟื้นตัวหลังจากป่วย เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของร่างกาย เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เราต้องดูแลสุขภาพในช่วงนี้อย่างมาก แต่บางคนไม่รู้ว่าจะดูแลสุขภาพตนเองในช่วงนี้อย่างไร แถมยังคิดว่าหายแล้วจะรับประทานอาหารและกลับไปใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์แบบเดิม ๆ อย่างไรก็ได้ ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์เลยค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วในช่วงนี้เราจะต้องมีวิธีการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง แต่วิธีที่ถูกต้องน่ะมีอะไรบ้าง

1. รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและผักผลไม้

ในช่วงฟื้นตัวจากอาการป่วยแรก ๆ เราจะรู้สึกหิวมากกว่าปกติเนื่องจากในช่วงที่ป่วยเราจะไม่ค่อยอยากจะรับประทานอะไรเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ควรจะที่จะเริ่มรับประทานอาหารหนัก ๆ ตั้งแต่แรกหลังจากฟื้นตัว ควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่สามารถย่อยได้ง่าย อย่างเช่นข้าวกล้อง ขนมปังกรอบ แอปเปิล และกล้วย ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอยู่ท้องได้นาน และเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติก็ควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ประโยชน์มาก ๆ และดีต่อสุขภาพอย่างเช่นอาหารคลีน เพราะร่างกายของคุณยังคงต้องการสารอาหารที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เติมสารเคมีหรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะอาหารเหล่านั้นจะมีโซเดียมสูงแถมยังไม่ค่อยมีสารอาหารที่มีประโยชน์เท่าไรนัก

2. ดื่มน้ำมาก ๆ

น้ำถือเป็นฮีโร่ตัวสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณฟื้นฟูร่างกายหลังจากการป่วยได้ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยชะล้างสารพิษออกไปจากเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังในการต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้การดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายมาก ๆ ยังช่วยทำให้ระบบนำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยที่หลงเหลืออยู่ด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาว และส่งไปยังระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อทำลายเชื้อไวรัสที่ยังหลงเหลืออยู่ค่ะ แต่ถ้าคุณเบื่อจะต้องดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ก็ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำหมักผลไม้ หรือ Infused Water ก็ช่วยทำให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอแถมยังช่วยให้สดชื่นอีกด้วยนะ

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารมัน

แม้ว่าน้ำตาลจะช่วยทำให้ร่างกายมีแรง แต่การรับประทานอาหารหรือแม้แต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก ๆ ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแรงกว่าเดิม เนื่องจากการรับประทานน้ำตาลมาก ๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ อาหารทอดที่มีน้ำมันมาก ๆ ก็ควรจะเลี่ยงด้วย เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น และในขณะที่ร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่ก็อาจจะทำให้พลังงานที่เผาผลาญไม่หมดกลายเป็นไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย

4. ออกกำลังกาย

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะไม่สร้างพลังงานเพื่อขับเคลื่อนส่วนต่าง ๆ ในร่างกายหากร่างกายอยู่ในช่วงพัก ซึ่งการที่ร่างกายไม่มีพลังงานเพียงพอก็จะทำให้เราไม่มีแรง ดังนั้นการออกกำลังกาย จึงเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการสร้างพลังงานมากขึ้น และพลังงานเหล่านั้นที่นอกจากจะใช้ในการออกกำลังกายแล้วก็จะถูกแบ่งมาเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากอาการเจ็บป่วยอีกด้วย แต่การออกกำลังกายหนัก ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ดังนั้นจึงไม่ควรจะออกกำลังกายหักโหมมากจนเกินไป โดยเฉพาะถ้าหากคุณเพิ่งเริ่มออกกำลังกายหลังจากหยุดออกกำลังกายไปนาน เพราะร่างกายจะยังคงไม่เคยชินกับการออกกำลังกาย ควรจะเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน อย่างเช่นถ้าปกติคุณจะวิ่งระยะทาง 2 กิโลเมตรเป็นประจำก็ควรลดมาเหลือระยะทางสั้น ๆ ก่อน แต่ถ้าหากคุณเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยหนัก แล้วต้องการจะออกกำลังกาย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอาการใดแทรกซ้อนหรือทำให้ร่างกายกลับไปทรุดลงค่ะ

5. ขอความช่วยเหลือในกิจกรรมบางอย่าง

หากคุณเป็นคนที่มีภาระความรับผิดชอบที่ต้องทำอยู่เป็นประจำแล้วละก็ ในช่วงที่คุณกำลังฟื้นจากอาการป่วย การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นให้ทำในสิ่งเหล่านั้นแทนเป็นสิ่งที่ควรจะทำค่ะ ยิ่งถ้าหากเป็นกิจกรรมที่ต้องใกล้ชิดกับผู้อื่นเป็นเวลานาน อย่างเช่นการดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุ หากคุณยังไม่หายเป็นปกติก็ควรจะหลีกเลี่ยงคะ เพราะคุณอาจจะเป็นพาหะแพร่เชื้อให้พวกเขาเหล่านั้นป่วยได้ หรือหากเป็นผู้ป่วย ในขณะที่ร่างกายคุณยังไม่แข็งแรง คุณก็อาจจะติดอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นมาทำให้กลับมาป่วยซ้ำได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยง กิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนัก ๆ เพราะจะทำให้คุณอ่อนเพลียได้ง่ายค่ะ

วิธีที่เสนอกันไปแล้วนั้นไม่ใช่วิธีที่ยากอะไรเลยเนอะ ทุกอย่างล้วนจะต้องอาศัยความรักตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ยังไงทุกคนก็ทำได้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงและรู้รักษาตนเองไม่ให้ป่วยก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะป่วยแต่ละครั้งก็ต้องเสียเงินทองและเวลาในการพักรักษาตัวอีก ดังนั้นหมั่นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และมองโลกในแง่ดีกันดีกว่าเนอะ จะได้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องกลัวโรคภัยมาก่อกวนชีวิตไงล่ะ